10 วิธีดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ในตู้เย็น?


ปัญหาใหญ่สำหรับหลายๆ บ้าน คือ กลิ่นอับในตู้เย็นซึ่งเต็มไปด้วยของกินต่างๆ มากมาย ซึ่งทำยังไงกลิ่นเหล่านั้นก็ไม่หมดไปสักที วันนี้ OTTO KITCHEN CLUB มีเทคนิคดีๆ กับเคล็ดลับในการกำจัดกลิ่นเหม็นอับในตู้เย็นให้หมดไป ซึ่งอุปกรณ์หาได้จากก้นครัวในบ้านของคุณเอง

1. น้ำอุ่น+น้ำยาล้างจาน

ถอดชั้นวางออกมาทำความสะอาดก่อน จากนั้นนำน้ำอุ่นมาผสมกับน้ำยาล้างจาน จากนั้นนำมาเช็ดทำความสะอาดภายในตู้เย็นให้ทั่วทุกซอกทุกมุม แล้วค่อยนำชั้นวางมาใส่กลับเข้าไปที่เดิม

2. เบคกิ้งโซดา นำเบกกิ้งโซดา ใส่ในถ้วนเล็กๆ นำมาวางไว้ในตู้เย็น เพราะในเบกกิ้งโซดามีคุณสมบัติในการดูดกลิ่น กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้

3. ถ่าน

หาซื้อถ่ายก้อนแบบดูดกลิ่น หรือถ่านหุงต้มที่ซื้อมาปิ้ง ย่าง ทำอาหารในครัว ใส่ภาชนะเล็กๆ วางทิ้งใว้ในตู้ ก็จะช่วยให้กลิ่นเหม็นหายได้ แต่กรณีที่ตู้เย็นเหม็นมากๆ อาจใช้ไม่ได้ผล

4. น้ำส้มสายชู +เบคกิ้งโซดา

นำเบกกิ้งโซดาสผมกับน้ำส้มสายชู ขัดบริเวณด้านในให้ทั่ว ทำหลายๆ ครั้ง แล้วเอาส่วนผสมทั้งหมดวางทิ้งไว้ชั้นล่างสุดของตู้เย็น

5. หนังสือพิมพ์ หากระดาษหนังสือพิมพ์ที่อ่านแล้ว มารองไว้ในชั้นวางแต่ละชั้น พรมน้ำให้พอชุ่ม หนังสือพิมพ์จะช่วยดูดซับกลิ่บได้ในระดับหนึ่ง

6. กากใบชา

นำกากใบชาที่เราชงแล้ว มาห่อผ้าหรือใส่ถ้วย วางไว้ในตู้เย็น โดยปริมาณที่ใช้ก็ขึ้นอยู่กับความแรงของกลิ่นที่ต้องการกำจัด นำไปใส่ไว้ที่ชั้นล่างสุดของตู้เย็น ทิ้งไว้ข้ามคืน กลิ่นก็จะหายไป

7. ผงกาแฟ

กลิ่นคาวปลา สามารถใช้กากกาแฟ มาเป็นตัวช่วยให้การกำจัดกลิ่นคาวได้ โดยการนำกากกาแฟโรยรอบ ๆ ตัวปลาในตู้เย็น จะทำให้กลิ่นปลามีน้อยที่สุดจนถึงไม่มีเลย

8. มะพร้าวขูด

ใช้มะพร้าวขูดที่ผ่านการคั้นน้ำกะทิแล้วประมาณ 1-2 กำมือ นำมาใส่จานแล้ววางทิ้งไว้ในตู้เย็นสัก 1 คืน ก็สามารถใช้ดูดกลิ่นได้เช่นกัน

9. ทิ้งอาหารเสีย

หมั่นตรวจสอบความสะอาดของตู้เย็นอย่างสม่ำเสมอ โดยการกำจัดอาหารที่แช่ทิ้งไว้เกิน 1 สัปดาห์ออกจากตัวเย็นให้หมด แค่นี้ก็จะช่วยให้ปัญหากลิ่นเหม็นอับจากเศษอาหารไปได้เยอะ

10. ห่ออาหาร ควรห่ออาหารให้ดีก่อนนำไปใส่ตู้เย็น หรือเก็บอาหารไว้ในกล่องสูญญากาศเพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นกระจายออกมาได้

ก่อนจะลงมือล้างและทำความสะอาดตู้เย็นทุกครั้ง ให้ถอดปลั๊กออกก่อนนะคะ เพื่อป้องกันไฟฟ้ารั่ว จากนั้นนำตู้เย็นไปตากแดดสัก 1 ชั่วโมง รับรองว่า กลิ่นหายหมดเกลี้ยงแน่นอนค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก cleanipedia.com และ thaihealth.or.th